1. อย่าปล่อยให้ร่างกายหิวโหย โดยพยายามกินให้ต่อเนื่อง แบ่งเป็นมื้อย่อย ๆ แบบ Mini mealsโดยเริ่มตั้งแต่ภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังจากตื่นนอน อย่ากินให้อิ่มเกินไป กินน้อย ๆ ให้พออยู่ท้อง และแบ่งช่วงระยะห่างของแต่ละมื้อให้สั้นลง จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญได้ดีขึ้น
2. กินโปรตีน โปรตีนช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่า ไขมันหรือคาร์โบไฮเดรต นั่นเพราะร่างกายต้องใช้พลังงานมากขึ้นในกระบวนการย่อยอาหาร ร่างกายจะเผาผลาญแคลอรีเป็น 2 เท่าในการย่อยโปรตีน ดังนั้นให้เพิ่มโปรตีนเป็น 2 เท่าแล้วลดคาร์โบไฮเดรตลง ลดลงนะคะ ไม่ใช่ตัดไปเลย
3. ออกกำลังด้วยการยกน้ำหนักหรือเวทเทรนนิ่ง เป็นการช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญได้ดีขึ้น โดยเมื่อออกกำลังยกน้ำหนัก เมื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ 1.3 กิโล และจะเพิ่มการเผาผลาญแคลอรีมากขึ้น 6-8% ซึ่งเท่ากับเผาผลาญแคลอรีเพิ่มพิเศษวันละ 100 แคลอรี
4. ออกกำลังกายแบบ HITT (High Intensity Interval Training) เป็นวิธีการออกกำลังกายสไตล์คาร์ดิโอที่ผสมผสานกันระหว่างการออกกำลังกายอย่างหนักและการออกกำลังกายเบา ๆ สลับกันไป เช่น วิ่งเร็ว 30 วินาที แล้วกลับมาวิ่งเหยาะๆ 30 วินาที สลับกันไป
5. การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการเผาผลาญเพิ่มขึ้น จากที่เผาผลาญ ดว้ยการออกกำลังตามปกติ
6. อย่าหักโหม การทำงานของระบบเผาผลาญมากเกินไปโดยการออกกำลังกายสองหรือสามชั่วโมงทุกวัน นำไปสู่โหมดที่หนักเกินไป และในที่สุดก็ไม่ไหว ร่างกายของคุณต้องใช้เวลาพักผ่อนและกู้คืนนะ
7. เมื่อระบบเผาผลาญของคุณดีขึ้นจงรักษามันให้อยู่นานๆ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมกินแหลก อดอาหาร วันนึงกินน้อย กินวันละ 500-1000 แคลอรี่ การดีท็อกซ์ และการทดลองยาอาหารเสริมต่างๆ ซึ่งนำไปสู่โรคอ้วน หรือ เผาผลาญเสื่อมได้
#ดีโปรbyอั้มณัฐกานต์
(( สอบถามเพิ่มเติม ))
อั้ม ณัฐกานต์ โทร 064-2616445
หรือคลิกลิ้งค์ http://bit.ly/2kNTnkZดีโปร D-Pro

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น